ข่าวดี เกษตรกร สวนยาง ตรวจสอบรับสิทธิ์ ลุ้นได้อีก 2 วัน

             มี ข่าวดี จากมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ได้ทำการทยอยโอนเงินเยียวยารายละ 5,000 บาทต่อเดือน

             ซึ่งเป็นมาตรการเยียวยา เกษตรกร ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ธนาคารธ.ก.ส. ทยอยโอนเงินเยียวยารายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. 2563 ให้กับเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.63 ที่ผ่านมานั้น

           โดยคนที่ได้รับสิทธิ์นั้นจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการ ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. 2563 ให้กับเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.63 ที่ผ่านมา โดยเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์นั้นจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการ ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน ถือว่าเป็น ข่าวดี ของเกษตรกร

                 สำหรับการจ่ายเงิน เกษตรกรชาวสวนยาง จะเเบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

ชาวสวนยางกลุ่มที่ 1 ซึ่งขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และมีชื่อในทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร (ตัดยอด วันที่ 30 เม.ย.63) โดย ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินแล้วตั้งแต่วันที่ 15, 18 – 20 พ.ค. 63

ชาวสวนยางกลุ่มที่ 2 เฉพาะกลุ่มที่มีชื่อขึ้นทะเบียนกับ กยท. (ตัดยอด วันที่ 30 เม.ย.63) จะจ่ายเงินในวันที่ 22-25 พ.ค.63

ชาวสวนยางกลุ่มที่ 3 ซึ่งแจ้งปรับปรุงข้อมูลและขึ้นทะเบียนกับ กยท. ระหว่าง 1-15 พ.ค. ที่ผ่านมา จะจ่ายเงินในช่วงวันที่ 30 – 31 พ.ค. 63

                     ทั้งนี้ทั้งนั้น มีแฟนเพจ การยางแห่งประเทศไทย RAOT ระบุข้อความว่า ข้อมูลล่าสุด หลังจากติดตามสอบถามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทะเบียนเกษตรกรทั้ง 7 หน่วยงาน อยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ์จากกระทรวงการคลัง ต้องรอผลส่งกลับ เพื่อนำเข้าระบบให้เกษตรกรตรวจสอบสิทธิ์

                   ไม่ว่าอย่างไร หากสิ้นเดือน พ.ค.63 แล้วเกษตรกรชาวสวนยางยังไม่ได้รับสิทธิ์เยียวยา สามารถแจ้งอุทธรณ์กับหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนในส่วนกลางหรือภูมิภาคใกล้บ้านทั้งหมด 6 หน่วยงาน ได้แก่

1. กยท.จังหวัด/สาขา

2. เกษตรจังหวัด/อำเภอ

3. ประมงจังหวัด/อำเภอ

4. ปศุสัตว์จังหวัด/อำเภอ

5. ศูนย์หม่อนไหมภูมิภาค

6. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด

                    ภายในเวลา 08.30 – 16.30 น. และไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือที่ ศูนย์บริการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด โรค Covid – 19 ของ กยท.
โทร. 0-2435-3469, 0-2433-5772 ในเวลา 08.30 – 16.30 น. และไม่เว้นวันหยุดราชการได้ถึงวันที่ 5 มิ.ย.63 นี้ ได้เลย

ตื้นตัน เจ้าแม็กซ์ พ้นมลทิน ถูกปล่อยตัวแล้ว โผกอดครอบครัวที่รอรับ

               หลังจากที่นักมวยแชมป์สภามวยแห่งเอเชีย เจ้าแม็ก อัจฉริยะ ถูกจับกุมข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 1  ไว้เพื่อจำหน่าย ติดคุกนานกว่า 14 เดือน

                จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุม นายอัจฉริยะ วิโรจน์สุโนบล หรือ “เจ้าแม็กซ์ อัจฉริยะ อำนาจมวยไทยยิม” นักมวยแชมป์สภามวยแห่งเอเชีย (WBCเอเชีย) รุ่นซูเปอร์ไลทเวต ขณะเดินทางไปชกอุ่นเครื่องที่ญี่ปุ่น ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้เพื่อจำหน่าย

                หลังจากที่พบว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด หลังจากตำรวจ สภ.เมืองระนอง จับกุมขบวนการขนยาเสพติด 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า 3.4 ล้านเม็ด ที่จุดตรวจ ริมถนนเพชรเกษม อ.เมือง จ.ระนอง และหนึ่งในผู้ต้องหาชัดทอดถึง นายอัจฉริยะ จนนำไปสู่การจับกุมตัวดังกล่าว

                 ต่อมาวันที่ 22 เม.ย.62 น.ส.นลินตา จีรเดชชนดล อายุ 30 ปี และ นางภัทรภร ชำนาญศิลป์ อายุ 61 ปี ภรรยาและแม่ยายของ เจ้าแม็กซ์ เข้าร้องกองปราบปราม เนื่องจากเชื่อว่าเจ้าแม็กซ์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดดังกล่าวแต่อย่างใด โดยนำหลักฐานเอกสารต่างๆ มายื่นให้พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบการพิจารณา

               คาดว่ามาจากเรื่องขายรถที่มีโอนลอยไปยังเต็นท์รถมือสองและขบวนการค้ายาเสพติดได้ซื้อไป โดยที่ยังเป็นชื่อของเจ้าแม็กซ์ กระทั่งแก๊งค้ายาเสพติดถูกจับพร้อมของกลางและรถเมื่อวันที่ 13 พ.ย.61 เชื่อเป็นการซัดทอดลอยๆ เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด

                 ต่อมา วันที่ 27 พ.ค. 63 ที่หน้าเรือนจำจังหวัดระนอง บรรดาญาติๆ ภรรยาและแม่ เตรียมรับตัวเจ้าแมกซ์ หลังศาลชั้นต้นยกฟ้อง และอัยการเชื่อเป็นผู้บริสุทธิ์จึงไม่สั่งฟ้องต่อ ได้รับอิสระภาพทันที หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีพัวพันขบวนการค้ายาเสพติดล็อตใหญ่ที่ระนอง ร่วม 14 เดือน ขณะที่ภรรยาและลูกบอกว่าดีใจมากที่รู้ว่าแม็กซ์จะถูกปล่อยตัว รอวันนี้มานาน ก่อนหน้านี้ก็มีเขียนจดหมายส่งถึงกันจากเรือนจำ ติดต่อกันตลอด

ชะตากรรม สาวโรงงาน ถูกเลิกจ้า ไร้เงินเยียวยา วอนกระทรวงแรงงาน

              การทำงานโรงงาน ทำให้ถูกมองว่ามีรายได้มั่นคง ไม่ได้รับความเดือดร้อนเท่าไหร่ จึงไม่ได้รับเงินเยียเหมือน ชะตากรรม ของ สาวโรงงาน กลุ่มนี้ ที่ประสบภาวะเดือดร้อนจนต้องไปเรียกร้องกระทรวงแรงงาน ขอให้ช่วยเหลือเจรจากับนายจ้าง บริษัท นครหลวงถุงเท้าไนล่อน จำกัด

               สุรินทร์ พิมพา ประธานสหภาพแรงงานกิจการสิ่งทอนครหลวง เล่าถึงสภาพปัญหาว่า จริงๆ โรงงานมีปัญหามาก่อนสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด เนื่องจากไม่มีออเดอร์เข้ามา ทำให้เริ่มจากการจ่ายจ้างล่าช้ากว่ากำหนด จ่ายไม่เต็มค่าจ้าง จนเข้าสู่สถานการณ์ไวรัสระบาด โรงงานเริ่มเอาเครื่องจักรไปขาย คราวนี้ไม่จ่ายเลย และสั่งหยุดงานปากเปล่าไม่มีกำหนด

                 เป็นเวลา 2 เดือนแล้วที่ 180 พนักงานโรงงานถุงเท้าดัง ไม่ได้รับค่าจ้างและเงินเยียวยาอะไรเลย ไหนจะมีเงินสะสมพนักงานที่เป็นสวัสดิการพนักงานที่เกษียณและลาออกก็หายไป ส่วนจะไปขอเงินชดเชยรายได้จากสำนักงานประกันสังคม ก็พบว่านายจ้างขาดจ้างเงินสมทบประกันสังคมมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 ให้แก่พนักงาน

               ท่ามกลางเจ้าหนี้ที่ยืนรออยู่ข้างหน้า และไม่มีท่าทีว่าจะอะลุ้มอล่วย ทำให้เหล่าพนักงานเกิดความเครียด กระทั่งพนักงานบางคนต้องเวียนเอาข้าวเก่า ซึ่งมีสภาพบูดแล้วมาต้มกินใหม่ประทังชีวิต พวกเขากำลงอยู่ในสภาพอดตาย จนต้องแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านการตั้งวงกินข้าวคลุกน้ำปลา

                 ยุพิน ใจตรง อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในพนักงานที่มาเรียกร้อง เธอทำงานมา 23 ปี ยอมรับตรงๆ ไม่คิดชีวิตจะมาเป็นอย่างวันนี้ เพราะย้อนอดีตไปโรงงานแห่งนี้ใหญ่โต ดูดีมาก ใครๆ ก็อยากเข้ามาทำงาน แต่วันนี้เธอและสามีรับสภาพว่าคงต้องตกงานแน่

                   แม้จะอยู่กับความเครียดและความยากลำบาก แต่เธอก็พูดหนักแน่นว่า “ไม่คิดสั้นแน่นอน เพราะมีลูกและแม่รออยู่” ตอนนี้เธอและเพื่อนๆ พนักงาน ดิ้นรนหาเงินด้วยการทำพรมเช็ดเท้าขายราคา 10-20 บาท หาเงินประทังความเดือดร้อนไปก่อน

               แต่ที่น่าเห็นใจสุดๆ คงเป็น 80 พนักงานข้ามชาติของโรงงานถุงเท้าดังกล่าว ที่นอกจากไม่ได้เงินค่าจ้างจากนายจ้างแล้ว จะไปเรียกร้องขอความช่วยเหลือกับสำนักงานประกันสังคมก็ไม่ได้ เพราะนายจ้างไม่ทำประกันสังคมให้ เป็นความว่างเปล่าที่เจ็บปวดสุดๆ

            เช่นสาวเมียนมาคนนี้  วา วา ทวย อายุ 29 ปี เธอทำงานมากว่า 5 ปี ขณะนี้ตั้งครรภ์ 4 เดือน กำลังใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ตัวสามีกลับเมียนมาเพื่อไปต่อสัญญาทำงาน ตอนแรกคิดว่าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมาหาภรรยาได้ แต่สถานการณ์โควิด-19 มีการสั่งปิดพรมแดน ทำให้สามีกลับมาไม่ได้ ตัวเธอเองก็กลับประเทศบ้านเกิดไม่ได้เช่นกัน

            วา วา ทวย เธอเล่าพลางเอามือลูบท้อง ว่า รู้สึกเสียใจมากที่ต้องหยุดงาน ขาดรายได้ ชีวิต 2 เดือนที่ผ่านมาลำบากมาก ไม่มีรายได้ จะไปหางานอื่นทำก็ไม่ได้ ไม่มีใครรับ ต้องอยู่โดยกู้เงินนอกระบบมาประทังค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าหมอ ซึ่ง 2 เดือนนี้นอกจากเงินเก็บสะสมจะหมดไป เธอยังกู้หนี้ยืมสินถึงกว่า 8,000 บาทแล้วในตอนนี้

โฆษก ศบค. แจ้ง ยอดป่วยโควิด-19 ยังต้องระวัง เตรียมผ่อนปรน ระยะ 3

                นพ.ทวีศิลป์ โฆษก ศบค. ออกมาเปิดเผยถึงยอดป่วยโควิด-19 จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ของวันนี้ ย้ำยังต้องปฏิบัติและเฝ้าระวังตามมาตรการหลักอยู่ และ เตรียมตัวผ่อนปรน ระยะ 3 ได้

               ในวันนี้ วันที่ 26 พฤษภาคม  2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เรียกสั้นๆว่า ศบค. ได้มีการถึงแถลงสถานการณ์โควิด-19 จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย ประจำวันนี้

 

 

                ยังตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ล่าสุด และสรุปตัวเลขผู้ป่วยทั่วโลก ย้ำยังต้องเฝ้าระวัง พร้อมทั้ง การสวมหน้ากากอนามัยยังเป็นสิ่งจำเป็น และยังต้องปฏิบัติ 5 มาตรการหลักเสมอ  ทั้งนี้เตรียมผ่อนปรนมาตรการระยะ 3 ได้แล้ว

              ทั้งนี้ ไทยผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 3 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 3,045 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดผู้เสียชีวิต 57 ราย ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 2,929 ราย

อ่วม พายุฝน ถล่ม นครพนม น้ำท่วม วัดพระธาตุพนม หลังคาปลิ้วว่อน

               ในตลอดคืนที่ผ่านมาได้เกิน พายุฝน ฟ้าคะนองตกหนักในพื้นที่ จ.นครพนม โดยเฉพาะที่ อ.ธาตุพนม ส่งผลให้ภายในพระธาตุพนมมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง

              ในวันนี้ วันที่ 25 พ.ค. 63 มีรายงาน ว่า  พายุฝน ฟ้าคะนองตกหนักทำน้ำท่วมขัง ในตอนนี้น้ำยังยังไม่ลดระดับลงแต่อย่างใด เนื่องจากในวัดไม่มีร่องระบายน้ำ และอาจเกิดสิ่งปฏิกูลอดตัน ขณะที่ปลาในบ่อพญานาคที่เลี้ยงไว้หลุดออกมาชาวบ้านพากันจับกันจ้าละหวั่น โดยฝนได้ตกหนักตั้งแต่ช่วง 21.00 น. ของคืนวันที่ 23 พ.ค. ตลอดทั้งคืน อีกทั้งมีลมกระโชกแรง ฝนที่ตกหนักได้เอ่อทะลักเข้าท่วม ภายในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ถนนคอนกรีตและกุฏิในวัดหลายแห่ง ถูกน้ำท่วมขังระดับสูง 15-20 ซ.ม. พระเณรต้องเดินลุยน้ำออกไปบิณฑบาต

             พระเณรและญาติโยมในวัดต้องเดินลุยน้ำที่ท่วมขังรอการระบาย ขณะเดียวกัน ปลาในบ่อพญานาคที่เลี้ยงไว้จำนวนมาก น้ำเอ่อท่วมปลาตะเพียนจำนวนกว่า 30 ตัว ได้หลุดออกมากลางถนน ลูกศิษย์วัดและชาวบ้าน ต้องนำอุปกรณ์มาจับปลา เพื่อนำไปปล่อยไว้ในบ่อเดิม

             ทั้งนี้ทั้งนั้น เนื่องจากเป็นวันหยุด เจ้าหน้าที่จากเทศบาล ต.ธาตุพนม โดยนายขจรศักดิ์ นิตชิน นายกเทมนตรี ต.ธาตุพนม จะได้เร่งนำเครื่องสูบน้ำ มาสูบระบายให้ไหลลงท่อเทศบาล ไหลลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป

               พร้อมยัง มีรายงานอีกว่าช่วงค่ำวันเดียวกันได้เกินฝนฟ้าคะนองพายุฤดูร้อนซัดถล่มบ้านเรือนใน อ.เรณูนคร แรงลมที่กระโชกรุนแรงได้ซัดหอบหลังค้านเรือนราษฏรในพื้นที่ ต.เรณู เสียหาย 3 หลังคาเรือน ต.เรณูใต้ 6 หลังคาเรือน ต.โพนทอง 3 หลังคาเรือน รวม 12 หลัง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเป็นการต่อไปแล้ว

ปลื้มปริ้ม ไม่พบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในประเทศไทย เพิ่มและไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

        ในวันนี้ 24 พฤษภาคม 2563 พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ออกมาแถลงถึงสถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศไทย ณ กระทรวงสาธารณสุข ว่า

           ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ โคโรน่า 2019   ในประเทศไทย ในวันนี้ ไม่พบยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มแต่อย่างใด และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดรวมผู้ป่วยสะสมคงที่ อยู่ที่ 3,040 ราย รักษาหายเพิ่ม 5 ราย รวมหายแล้ว 2,921 ราย รักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาล 63 ราย รวมเสียชีวิตทั้งหมด 56 ราย เช่นเดิมไม่มีเพิ่มขึ้นมา เป็นเรื่องราว ที่น่าปลื้มปริ้มยอนดีเนื่องจากไม่การติดเชื้อเพิ่มเติมแล้ว แต่อย่างไรก็ตามต้องคอยระวังอยู่จนกว่าเหตุการณ์จะเป็นปกติ

            ทั้งนั้นทั้งนี้ วันนี้นับเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ในประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยในประเทศเพิ่มเติมขึ้นมา ตั้งแต่วันที่วันที่ 13 พ.ค. 16 พ.ค. 22 พ.ค. และวันนี้ 24 พ.ค. 2563 4วันเเล้ว

รัฐบาลอังกฤษ เข้มงวด เข้าออก กักตัว 14 วัน ฝ่าฝืน ปรับเกือบ 4 หมื่น

             รัฐบาลอังกฤษ บังคับใช้มาตรการเข้มงวดกับนักเดินทางที่จะเข้าและออกยังอังกฤษ ตั้งแต่ 8 มิถุนายนนี้ โดยทุกคนต้องกักตัวเองนาน 14 วัน และหากใครฝ่าฝืนมีโทษปรับเกือบ 4 หมื่นบาท

             แต่วันที่ 8 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป รัฐบาลอังกฤษ ประกาศ ว่าใครที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศอังกฤษ ต้องกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน เพื่อช่วยชะลอและลดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 พร้อมทั้งจะต้องมีการลงทะเบียนแจ้งทางการว่าจะกักตัวเองที่ใด และหากเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจแล้วพบว่ามีการฝ่าฝืนการกักตัวจะต้องเสียค่าปรับอย่างน้อย 1,000 ปอนด์ หรือราว 38,800 บาท

 

 

              สำหรับใครที่ไม่มีที่พักสำหรับกักตัวเอง ก็ต้องไปพักในพื้นที่ที่รัฐบาลอังกฤษจัดเตรียมไว้ให้ แต่ต้องออกค่าใช้จ่ายต่างๆ เอง โดยทางการอังกฤษจะมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนมาตรการทุกๆ 3 สัปดาห์ตามความเหมาะสมของสถานการณ์

นางปริติ พาเทล รัฐมนตรีมหาดไทยอังกฤษ กล่าวว่า มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อจากต่างชาติเข้ามาในประเทศ แต่จะยกเว้นให้กับคนขับรถบรรทุก คนงานฟาร์ม และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมทั้งคนที่เดินทางมาจากไอร์แลนด์ หมู่เกาะ แชนแนล และไอล์ ออฟ แมนด้วย

 

               ส่วนในสกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ จะบังคับใช้มาตรการนี้ด้วยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของฝ่ายบริหารของแต่ละในแต่ละพื้นที่ด้วย

                 นางพาเทล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ถึงแม้อังกฤษจะไม่ได้ห้ามเดินทางเข้า-ออกประเทศแล้ว แต่ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเป็บรอบที่สอง อีก

                 ล่าสุดวันนี้ 23 พฤษภาคม 2563  กระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษแถลงพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่อีก 3,287 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 254,195 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 36,393 ศพแล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ด้วย

โดนซะแล้ว สาวอุ้มสุนัข เข้าร้านสะดวกซื้อ ที่มีคลิป ตกงานแล้ว

        จากกรณีที่โลกออนไลน์ มีการแชร์คลิป สาวอุ้มสุนัข เข้าร้านสะดวกซื้อสาขาหนึ่ง ก่อนจะมีการโต้เถียงกันระหว่างพนักงานและลูกค้าที่ไปใช้บริการ

         เนื่องจากเป็นกฎที่ทางร้านสะดวกซื้อได้ตั้งไว้ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พ.ค.63 ที่สาขาต.บ้านแก้ง อ.เมือง จ.สระแก้ว โดยเจ้าของสุนัขแสดงความไม่พอใจอย่างมากที่ถูกตักเตือน และบอกพนักงานของร้านสะดวกซื้อแบบไม่พอใจว่า

            น้องรู้จักพี่น้อยไป พี่ไม่อยากจะมีเรื่องกับใคร แต่ถ้ามีเรื่อง พี่เอาออกจากงานเลยนะ น้องจะอยู่ไม่เป็นสุขอีกเลย ทีหลังอย่าพูดจาเสียงแข็งกับพี่อีก เข้าใจไหมคะ

        ก่อนที่จะมีผู้คน ไปตามขุดคุ้ยว่า สาวอุ้มสุนัข ในคลิปดังกล่าว ทำงานอยู่ที่ไร่แห่งหนึ่ง พร้อมมีการโพสต์เรียกร้องให้ทางต้นสังกัดลงโทษหญิงสาวรายนี้ จากพฤติกรรมที่ปรากฎ

         ล่าสุดวันนี้ วันที่ 22 พ.ค. 63 เฟซบุ๊ก ไร่แสงจันทร์   Moonlight Valley Kabinburi ได้ออกมาโพสต์ยอมรับว่า หญิงสาวอุ้มสุนัข ในคลิปดังกล่าว เป็นพนักงานของทางไร่จริง แต่เพิ่งมาทดลองงานได้ 2 สัปดาห์ แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ได้ถูกสั่งให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานแล้ว โดยข้อความระบุว่า

          จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น แอดมิน ขอชี้แจงให้ทุกท่านทราบว่า

              คุณ อ้อย เป็นพนักงานของทางบริษัทจริง แต่เป็นพนักงานทดลองงาน และเพิ่งเริ่มทำงานกับทางบริษัท ได้ 2 อาทิตย์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ซึ่งไม่ได้กระทำตามหน้าที่ของพนักงาน

            อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทได้ให้ออกจากการเป็นพนักงานของบริษัทแล้ว และการกระทำใดๆ ที่พนักงานทดลองงานท่านนี้ทำลงไปโดยพลการนี้ เป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงานทั้งสิ้น บริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อเรื่องนี้แต่อย่างใด

            อย่างไรก็ดี บริษัทรู้สึกผิดหวังต่อสิ่งที่เธอทำมาก
จึงอยากขอโทษมา ณ โอกาสนี้

            ด้วยความจริงใจ

           อย่างไรก็ตามได้สั่งพักงานพนักงานคนดังกล่าวแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังคงเก็บตัวเงียบไม่ออกมาเปิดเผย หรือขอโทษใครทั้งสิ้น ต้องติดตามกันต่อไปว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

หนุ่มค้ายา ชะตาขาด ซิ่งเก๋งชน ท้ายบรรทุกพวง เสียชีวิตคาที่

           เกิดเหตุเกิดเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนท้ายรถบรรทุก เสียชีวิตคาที่  1 ราย โดยภายในตัวผู้เสียชีวิตพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ เหตุเกิดบริเวณถนนมอเตอร์เวย์ สาย7 ตอน

ในวันนี้ เวลา  07.30 น. วันที่ 21 พฤษภาคม 2563  พ.ต.ต.กองพล เดชะคำภู สว.สอบสวน สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนท้ายรถบรรทุก เสียชีวิตคาที่ 1 ราย โดยภายในตัวผู้เสียชีวิตพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ เหตุเกิดบริเวณถนนมอเตอร์เวย์ สาย7 ตอนที่ 2 ฝั่งขาเข้า ม.2 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

            ที่เกิดเหตุเป็นถนนเส้นหลักมอเตอร์เวย์ ริมถนนเลนซ้ายสุดพบ รถพ่วง ฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 71 – 6618 ระยอง หางพ่วงทะเบียน 70 – 5688 ระยอง จอดอยู่ ที่ท้ายรถพบรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน 7 กฆ – 6219 กรุงเทพมหานคร

          พุ่งชนอัดติด สภาพด้านหน้าพังเสียหาย ภายในรถฝั่งคนขับพบศพนายวรวัฒน์ หีบประดู่ อายุ 30 ปี ะมีบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกาย และจากการตรวจสอบภายในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลพบยาบ้าประมาณ 200 เม็ด และยาไอซ์อีกจำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์การเสพ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

 

           สอบถามนายนพดล ไชยเดช อายุ 29 ปี โชเฟอร์รถพ่วง ให้การว่า ตนเองกำลังขับขี่รถพ่วงบรรทุกผงพลาสติกจาก จ.ระยอง มุ่งหน้าไปส่งที่ จ.นครปฐม

       เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่น และมีแรงชนที่ท้ายรถ รถ จึงได้รีบจอดรถแล้วลงมาดู ก่อนจะพบว่าเกิดเหตุดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมนำยาเสพติดภายในรถผู้เสียชีวิต

             ไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุว่า ผู้เสียชีวิต ขับขี่รถยนต์เก๋งหนีใครมาหรือไม่ จึงได้ขับรถด้วยความเร็วเช่นนี้ ทั้งนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่รพ.แหลมฉบัง เพื่อรอญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

ทึ่ง วิธีการเก็บเงิน คู่รักไรเดอร์ อดทนอดออม 2 ปี ซื้อบ้านได้

            คู่รักไรเดอร์  ส่งอาหารเดลิเวอรี่เก็บเล็กผสมน้อยจนมีเงินซื้อบ้านน็อกดาวน์ราคาเกือบ 4 แสน ภายในเวลา 2 ปี วิธีการของคู่รักตัวอย่าง ที่อดทนอดออมมาด้วยกัน

           ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน และหากมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ไม่ว่าจะอาชีพใด ผลของความพยายามบวกกับความมุ่งมั่นมักประสบความสำเร็จเสมอเหมือเรื่องราวชีวิตของ คู่รักไรเดอร์    ที่ส่งอาหารเดลิเวอรี่ จนมีเงินซื้อบ้าน เกือบ 4 แสน ภายในเวลาแค่ 2 ปี เอง

           วันนี้ 20 พ.ค. 63 ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์  เปิดเผย ถึงเรื่องราวที่ที่น่าประทับของใจ คู่รักไรเดอร์ คุณ ขวัญ  พิมพ์มาดา สุวรรณพินิจ และ แดส พลเทพ ศาตร์เสงี่ยม เล่าว่าเงินที่ขวัญและแฟนสะสมภายใน 2 ปี จนสามารถซื้อบ้านน็อกดาวน์รวมราคาทั้งหมดเกือบ 3 แสนบาทได้สำเร็จสมความตั้งใจ ขวัญบอกว่าเป็นเงินน้ำพักน้ำแรงจากการช่วยกันขี่ไรเดอร์ส่งอาหารเดลิเวอรี่ทั้งหมดที่เกิดจาก การที่เธอมีการวางแผนเป้าหมายชีวิต

            จากเดิมเธอเป็นเด็กเกเร ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไม่นึกถึงอนาคต หลังต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็คิดทำเพื่อลูก มีการวางแผนชีวิตค่อนข้างเยอะ และตั้งเป้าหมายเรื่อง บ้าน จึงให้ แดส ออกจากงานมาช่วยกันขับรถส่งอาหารเดลิเวอรี่ โดย แดส แฟนของเธอทำงานทุกวัน รายได้ต่ำๆ

             วันละ 1 พันบาท รวมแล้วเดือนละ 3 หมื่นกว่า ส่วนเธอ รายได้ 2-3 หมื่น เพราะไม่ได้ขี่ส่งอาหารทุกวัน ต้องดูแลลูกและพ่อที่ป่วยอัมพฤกษ์ จะออกวิ่งส่งอาหารเดลิเวอรี่ในบางเวลา นอกจากนี้ยังรับวิ่งส่งเค้กให้เพื่อนอีกด้วย

               จากรายได้จากการวิ่งไรเดอร์ส่งอาหารเดลิเวอรี่ นอกจากค่ารอบวิ่งงานที่คิดตามกิโลฯ ซึ่งยิ่งวิ่งงานมากยิ่งได้เงินเยอะแล้ว ยังมีรายได้พิเศษเพิ่มจากการวิ่งงานให้ครบตามจำนวนและเวลาที่บริษัทกำหนด เพื่อเก็บสะสมแต้มหรือที่เรียกว่าเก็บเพชรในแต่ละวันด้วย

              ส่วนเทคนิคเก็บเงินซื้อบ้านได้สำเร็จ นอกจากความมุ่งมั่นที่ทั้งคู่มักจะกระตุ้นและพูดบอกกันเสมอว่า “ต้องทำให้ได้” รวมถึงการตั้งเป้าหมายแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญคือ “เทคนิคการบริหารเงินและการเก็บเงิน” ซึ่งขวัญยึดปฏิบัติด้วยวิธีแบ่งเก็บให้มาก โดยไม่นำมาใช้ แล้วค่อยแบ่งใช้ในทุกๆ 10 วัน อย่างประหยัด ไม่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย

            เธอเล่าว่า  เคยส่งอาหารตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม ได้ทั้งหมด 25 งาน กลับบ้านหมดแรง เหนื่อยมาก วันนั้นได้ทั้งหมด 2 พัน ขวัญเป็นคนคิดวางแผนกับแฟน ตั้งแต่ตื่นกี่โมง ออกวิ่งงานจุดไหน ตอนไหนได้เงินดี ได้รอบเยอะ ได้งานกี่ตัวจึงจะเก็บเพชรได้ จริงๆ คนเราถ้ามีการวางอนาคต มีเป้าหมายในชีวิต ยังไงก็ทำสำเร็จ อย่างขวัญได้เงินมา 10,000 จะแบ่งเก็บไว้ 7,000 แบ่งมาใช้ 3,000 ให้ได้ 10 วัน ใช้อย่างประหยัด แต่ไม่ได้อดอยากนะ ทุกเดือนขวัญกับแฟนจะไปกินบุฟเฟต์กันบ้าง เพื่อให้รางวัลที่ทำงานมาเหนื่อยกันทั้งคู่

         ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆที่เอามาเป็นแรงจูงใจ แรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนในการทำงานได้ดีทีเดียวเลย  ไม่ว่าอาชีพไหนถ้าเราตั้งใจที่จะทำและตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตมันก็ยอมประสบความสำเร็จเสมอ