กรุงเทพมหานคร ฝนตกหนักน้ำท่วมเสาไฟฟ้าหักโค่นขวางถนน

นักข่าวได้รายงานว่า หลายพื้นที่ใน กรุงเทพมหานคร เกิดฝนตกอย่างหนักทำให้มีน้ำท่วมขังหลายที่ และในบางพื้นที่ได้มีเสาไฟฟ้าหักโค่นลงมาขวางถนนภายในซอย ทำให้ไม่สามารถขี่รถผ่านเข้าออกได้เลย ต่อมาการไฟฟ้านครหลวงก็ได้เข้ามาตรวจดูพร้อมซ่อมแซม โดยการได้ปิดทางเข้าซอย2ฝั่ง เบื้องต้นเสาไฟฟ้าความสูง 12 เมตร ได้โค่นลงมาเอง เนื่องจากมีฝนตกหนักทำให้รับน้ำไม่ไหวและมีลมแรงมาก นอกจากนี้ยังมีเสาไฟฟ้าความสูง 8 เมตร มีรอยแตกตรงฐานเสาไฟ เหตุการณ์นี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือตาย

จากการที่ได้ถามชาวบ้านแถวนั้น ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 12.00 น. ตนได้อยู่ภายในบ้านและในตอนนั้นมีฝนตกหนักมาก ซักพักได้ยินเสียงดังสนั่น แต่ก็ไม่ได้ออกมาดู เพราะฝนยังตกหนักอยู่ หลังจากที่ฝนหยุดตกก็ได้เดินออกมาดูพบว่าเสาไฟได้โค่นลงมาขวางถนนในซอย จากเหตุการณ์นี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือตาย และไม่มีอะไรเสียหายไม่ได้กระทบประชาชน

 

คนงานพลัดตกจากนั่งร้านก่อสร้าง ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต

สน.สามเสน ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนตกนั่งร้าน ก่อสร้างจนตาย หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาบางกระบือ เขตดุสิต กทม. จึงได้รีบเข้าไปตรวจดูที่เกิดเหตุ

         ในที่เกิดเหตุพบนั่งร้านเหล็ก สูงประมาณ 20 เมตร อยู่ทางหน้าธนาคารกสิกรไทย ทางเท้าด้านหน้าธนาคาร เจอศพ นายรัตน ลาดพอง อายุ 35 ปี ใส่เสื้อคนงานแขนยาว นอนหงายมีแผลที่หัว เลือดไหลกองเต็มพื้น

         จาการตรวจสอบ นายทอง เพื่อนร่วมงานได้บอกว่า ตนกับเพื่อคนงานอีก 10กว่าคน ได้ว่าจ้างให้มาซ่อมฝ้าหน้าธนาคารและกำลังเก็บพวกนั่งร้านออกเพราะงานเสร็จแล้ว โดยก่อนเกิดเรื่องนายรัตนและเพื่อนคนงานอีกคนกำลังเก็บนั่งร้านชั้นบนสุด ในตอนนนั้นนายรัตนกำลังนั่งเอาน็อตที่ยึดนั่งร้านออก แต่ได้ตอกพลาด ก่อนจะตกลงมาพาดสายไฟที่อยู่ข้างถนน จากนั้นตัวพลิกหมุนทำให้ร่วงจากสายไฟ จนหัวฟาดพื้นแรง เพื่อนร่วมงานจึงรีบวิ่งมาช่วยและแจ้งเจ้าหน้าที่

พ.ต.ต.สิทธิเดช บอกว่า ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร ซึ่งจะต้องสอบถามเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด และได้ประสานไปถึงผู้รับเหมาเพื่อถาม ว่าทำงานที่สูงแบบนี้มีการป้องกันความปลอดภัยมากขนาดไหน แต่ถ้าพบว่าเป็นความประมาทของใครก้จะดำเนินคดีตามกดหมาย ส่วนผู้ตายได้ส่งตรวจ รพ.วชิรพยาบาล ก่อนจะให้ญาตินำไปประกอบพิธี

สาวใหญ่ นั่งเศร้าหน้ากระทรวงการคลังไม่ได้เงิน5พันกินยาหวังฆ่าตัวตาย

สน.บางซื่อ ได้รับแจ้งเกิดเหตุ มีคนกินยาหวังฆ่าตัวตาย ที่หน้าประตู 4 กระทรวงการคลัง เขตพญาไท กรุงเทพฯ จึงได้รีบเข้าไปตรวจดูในที่เกิดเหตุ เจอหญิง 1คน อายุ 59 ปี นอนสลบหมดสติอยู่ที่หน้าประตู กระทรวงการคลัง

โดยข้างหญิงดังกล่าว เจอยาเบื่อหนูกล่องสีเหลือง และถุงแกงใสข้างในมียาเบื่อหนูเม็ดสีชมพู เจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยเหลือจนฟื้นและรีบนำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎ

เบื้องต้นรู้ว่า ผู้ก่อเหตุได้เดินมาจากซอยเพชรเกษม 85 ได้รับผลกระทบจนตกงาน และกลายเป็นคนเร่ร่อน จึงเดินทางมาที่กระทรวงการคลัง เพื่อมาขอความช่วยเหลือ จะช่วยเหลือตนได้มั้ย จะเหมือนกับลงทะเบียนรับเงิน 5 พันบาทหรือป่าว คนแถวนั้นได้ยินว่า เธอไม่ได้รับเงินเยียวยา 5 พันบาท ในตอนที่รออาจจะเกิดความเครียดเลยกินน้ำผสมยาเบื่อหนูเข้าไป

มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่อยู่ในที่เกิดเหตุเล่าว่า ตอนเที่ยงเห็นผู้หญิงคนนี้มาร้องเรียกตะโกนอยู่ที่บริเวณประตู 4 กระทรวงการคลัง ว่าตนนั้นเดือดร้อน ไม่มีเงินไม่มีรายได้ หลังจากนั้นได้เอายาเม็ดสีชมพูที่อยู่ในกระเป๋าออกมา แล้วยัดใส่ปากกินน้ำตาม ซักพักก็หยิบยาขึ้นมากินอีกครั้ง ก่อนจะหมดสติไป เบื้องต้นได้นำส่งโรงพยาบาลไปแล้ว⁣

ได้รับรายงานว่า หญิงดังกล่าวปลอดภัยแล้ว ตอนนี้พูดคุยได้ปกติ ยังไงก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎ เพื่อทำการรักษา รวมถึงจะทำการสอบถามเพิ่มเติมของตำรวจ สน.บางซื่อ เพื่อหาสาเหตุที่ก่อเหตุนี้ขึ้น

 

 

 

 

สาว พิษณุโลก ชะตาขาดปืนลั่นเจาะหัวดับเชื่ออาถรรพณ์เจ้าป่าเจ้าเขา

จากกรณีที่ตำรวจ สภ.เนินมะปราง พิษณุโลก ได้พบศพ นางสาคร จันทรงกรด อายุ 47 สภาพโดนยิงเข้าที่หัว1นัด นอนตายจมกองเลือด ตรงเขาหลังทุ่งป่าหก ในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำวังทองฝั่งซ้าย เขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เบื้องต้นคิดว่าผู้ตายกับผัวและลูกได้เดินเก็บดอกกระเจียวและผักหวาน น่าจะมีกลุ่มพวกล่าสัตว์ป่าอยู่แถวนั้น และได้ใช้อาวุธปืนยิงสัตว์ป่าจนกระสุนพลาดไปโดนนางสาครตาย

         พ.ต.อ.ชนะชัย แสงศิริ ผกก.สภ.เนินมะปราง ได้เผยว่า จากการสอบสวน นายเพชร จันทรงกรด อายุ 53 ปี ผัวของคนตายนานกว่าสองชั่วโมง จึงได้ยอมรับว่า เป็นคนทำปืนลูกซองยาวของตนเองลั่น จึงทำให้กระสุนปืนโดนเมียตนเองตาย จึงแจ้งข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้าน และที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้คุมตัวเพื่อส่งดำเนินคดีต่อไป

         นายเพชร ได้เล่าให้กับนักข่าวฟังว่า ตอนที่เมียกำลังนั่งลอกดอกกระเจียวที่เก็บมาได้ใส่ถุงพลาสติกอยู่ด้านหน้า ตนซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังได้คว้าปืนลูกซองยาวนัดเดียวขึ้นมา แต่เถาวัลย์เกิดเกี่ยวนกง้างแล้วสับใส่กระสุนปืน ทำให้ปืนลั่นถูกหัวเมียตาย โดยตนไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น รู้สึกเสียใจมากๆ ตนเชื่อเรื่องอาถรรพณ์ในป่าที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ เพราะไม่ได้จุดธูปบอกกล่าวเจ้าป่าเจ้าเขาก่อนจะขึ้นไป

ด้านนางปลี พานวล อายุ 63 ปี น้าสาวของนางสาคร ที่กำลังนั่งรอศพของหลานสาวอยู่ที่วัดทุ่งพระ หมู่ 8 ต.บ้านมุง เผยว่า ปกติหลายกับสามีทำงานอาชีพรับจ้างทั่วไป ทั้งปลูกข้าวโพด ปลูกอ้อย ใส่ปุ๋ยในไร่อ้อย เป็นคนหนักเอาเบาสู้ ขยันช่วยกันทำมาหากิน ส่วนลูกชายของหลานมีอาชีพรับจ้างอยู่ในไร่อ้อยของเถ้าแก่ แต่ช่วงนี้โรคระบาด ได้ทำให้ไม่มีงานทำกัน จึงพากันขึ้นไปหาของป่ากัน ตัดยอดหวาย และหน่อกุก รวมทั้งดอกกระเจียว มากินกันในครอบครัว และนำมาขายให้กับเพื่อนบ้านที่ชอบกินกันแทบทุกบ้าน

“ที่ผ่านมาหลานสาวกับสามี ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันเลย มีลูกด้วยกัน 2 คน คือนายวีรพลที่ขึ้นเขาไปด้วย ส่วนคนเล็กเป็นผู้หญิงกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3 เวลาไปไหนมาไหน รับจ้างงาน ก็จะไปด้วยกันทั้งครอบครัว พอรู้ข่าวรู้สึกเสียใจ ถ้ารู้ล่วงหน้าคงไม่ให้หลานสาวขึ้นไปบนเขาแน่นอน เพราะลูกคนเล็กกำลังเรียน ก็มีนางสาครหลานของตนกับนายเพชรซึ่งเป็นสามี ช่วยกันหาเงินส่งเสียลูกเรียนหนังสือ”.

ผู้ใจบุญร่วมออก โรงทาน สนองพระดำริ สมด็จพระสังฆราช ช่วยโควิด

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช พร้อมด้วย นายเรืองศักดิ์ สุวารี พ.ต.อ.กิตติพงษ์ นาลา และผู้ใจบุญ ได้ร่วมกันออก โรงทาน สนองพระดำริ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เพื่อช่วยเหลือคนที่ประสบภัยโควิด-19 ณ วัดวชิรธรรมาวาส แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

โดยได้ทำการแจกอาหารเช่น ชาบู 200ชุด, ข้าวหน้าเนื้อ 100 ชุด, ข้าวหน้าหมู 100 ชุด, และพวกมาม่า อาหารแห้ง ซึ่งชาวบ้านมากมายในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจาก โรคโควิด-19 ได้ต่อแถวเข้ามารอรับอาหารกว่า 600คน

ทั้งนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจคัดกรองก่อนจะเข้ามารับอาหาร โดยการ ตรวจวัดอุณหภูมิ ใส่หน้ากากอนามัย และเดินเข้าอุโมงค์พ่นฆ่าเชื้อ

ตำรวจยะลาเครียด ตัดสินใจคว้าปืนพก 9 มม.ยิงหัวตัวเองดับคาบ้าน

สภ.เมืองยะลา รับแจ้ง เกิดเหตุใช้ปืน มีคนตายในบ้านเลขที่ 22/19 ตำบลสะเตง อ.เมือง จ.ยะลา จึงได้รีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ

         จากการตรวจดูในบ้าน ที่เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้า ชื่อ ยาโยช็อป ตำรวจได้เจอศพเป็นชาย คือ ส.ต.ต.วีระยุทธ บัวอิ่น ผบ.หมู่ สภ.ธารโต นอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้น ที่หัวมีแผลโดนยิง 1 นัด ตรงข้างศพเจอปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ตกอยู่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

         เบื้องต้นรู้ว่า ผู้ตายมีอาการเครียด จากการที่ทำปืนทางราชการหาย และอยู่ในระหว่างการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง คิดว่าผู้ตายอาจจะเกิดอาการเครียดจากปัญหานี้ แล้วใช้ปืนยิงตัวเองเพื่อจบปัญหา อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเรียกตัวเมีย และญาติ ของคนตาย มาสอบปากคำเพิ่ม

ผบช.น.ยืนยันจับกุมผู้ฝ่าฝืน เคอร์ฟิว เคร่งครัดไม่มีผ่อนผัน

         เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของทหารตำรวจในการ ตั้งด่านตรวจ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยได้จับกุมผู้ออกนอกบริเวณบ้านในช่วง เคอร์ฟิว 22.00-04.00 น. โดยไม่รับฟังเหตุผล ความจำเป็น และส่งดำเนินคดีทันทีนั้น

         เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้บอกถึงแนวทางในการทำงานของตำรวจในการตั้งด่านตรวจ ว่า จะยังยึดหลักตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างเคร่งครัด คนที่ออกนอกบริเวณบ้านในช่วงเวลา เคอร์ฟิว

แต่ถ้าหากเป็นเรื่องจำเป็นหรือเร่งด่วน ตามกฎหมายไม่ต้องขออนุญาต ส่วนที่มีคนงานก่อสร้างถูกหัวหน้างานสั่งให้ทำโอที จนจะต้องกลับบ้านหลังเวลา 22.00 น.และถูกจับกุม ฐานฝ่าฝืนเคอร์ฟิวนั้น จะต้องไปดูที่ระเบียบการขออนุญาตว่าอาชีพไหนบ้างที่ได้รับการยกเว้น สำหรับคนที่มีความจำเป็น ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ทำหนังสือให้หน่วยงานต้นสังกัดรับรองอย่างถูกต้อง แต่ถ้าหากไม่ใช่คนที่ได้รับการยกเว้นก็จะต้องถูกจับดำเนินคดีทันที

ยังไงก็ตาม นับตั้งแต่มีการประกาศเคอร์ฟิวช่วงสถานการณ์โควิด-19 บช.น. ได้มีสถิติการจับกุม ผู้ฝ่าฝืนต่อวันประมาณ 50-100 คน และได้เริ่มมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ในขณะที่มีกรณีปัญหาเกี่ยวเนื่องกับการจับกุมคนที่ฝ่าฝืนประกาศเคอร์ฟิวแค่ 3 คนเท่านั้น.

บิ๊กอู๊ด แจงปรับลดด่าน เคอร์ฟิว ทั่วกรุงเทพ เหลือ 52 จุด

         สน.ประเวศ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เผยถึงกรณีที่มีคำสั่งให้ปรับลดด่าน เคอร์ฟิว ทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร จาก 89 จุด ให้เหลือเพียง 52 จุด ทั้งที่ยอดการจับกุมผู้ฝ่าฝืนนั้นยังมีจำนวนมาก และเป็นอันดับ 1 ของประเทศว่า เป็นการปรับรูปแบบการปฏิบัติงานของตำรวจ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และได้นำกำลังไปเสริมงานในด้านอื่นๆให้เกิดประสิทธิภาพ

         โดยการเพิ่มชุดสายตรวจเพื่อออกตรวจตราดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในช่วงกลางคืนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อที่จะป้องกันการก่ออาชญากรรม ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากกว่า

แต่ถ้าหากในอนาคต การตั้งด่าน เคอร์ฟิว มีความสำคัญกว่า และไม่มีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ก็อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกำลังใหม่ เพื่อกลับมาเน้นการตั้งด่านเคอร์ฟิวเช่นเคยได้เช่นกัน ซึ่งต้องมีการประเมินผลสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง.

ผอ.หื่นคลิปฉาวลวนลามเด็กนร. ยังล่องหน ขับรถไปไหนไม่มีใครรู้

นักข่าวได้รายงานความคืบหน้า ในกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้ กระทำอนาจาร นักเรียนหญิงในขณะกำลังใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งปรากฏว่าเป็นคลิป ที่ได้เผยแพร่ ในโลกออนไลน์ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนปากคำ เด็กหญิงวัย 13 ปี ซึ่งได้ตกเป็นผู้เสียหายต่อหน้าสหวิชาชีพ

ซึ่งประกอบด้วย พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ นักสังคมสงเคราะห์หรือนักจิตวิทยา และผู้ปกครอง ซึ่งไม่เปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตุการณ์แต่อย่างใด

         ในขณะที่ ผอ.คนดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าปิดบ้านเงียบ และได้ขับรถยนต์ส่วนตัวออกไปจากบ้านพักตั้งแต่เมื่อเย็น 20 เม.ย.

         จากรายงานข่าวได้แจ้งว่า เด็กหญิงวัย 13 ปี ได้เล่าว่า ถูกผอ. ได้กระทำอนาจารจริง โดยการจับหน้าอกและล้วงส่วนล่าง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเดือนมีนาคม 2562 ซึ่งในตอนนั้นมีอายุ 12 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.6 ในช่วงเดือนมีนาคม เพียงแค่เดือนเดียวโดนกระทำถึง 6 ครั้ง ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเช้าก่อนจะเข้าเรียนประมาณ 6 โมงเช้า และช่วงเวลาหลังเลิกเรียนประมาณบ่ายสามโมงเย็น ซึ่งเท่าที่รู้มีเพียงตนเองคนเดียวที่โดน ผอ.ลวนลาม ไม่มีเพื่อนนักเรียนคนอื่นโดนด้วย.

ตำรวจกองปราบบุกจับ ญา องค์พระ ลักลอบค้าอาวุธสงคราม

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้นำกำลังเข้าจับกุม นายฐิติพงษ์ กลิ่นเกษร อายุ 45 ปี หรือฉายา ญา องค์พระ พร้อมกับของกลางอาวุธปืนคาร์บิน แบบ M 2 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนยาวลูกซองแฝด 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีกหลายรายการ ได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 24/1 หมู่ 1 ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

         พ.ต.อ.เนติ ได้บอกว่า เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายฐิติพงษ์ ได้แอบขายอาวุธสงคราม จึงให้สายลับติดต่อเข้าล่อซื้อปืนคาร์บิ้น แบบ M 2 ในราคา 20,000 บาท นัดรับของกันหน้าบ้านที่จับกุม เมื่อผู้ต้องหานำอาวุธปืนมาให้ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าจับกุมก่อนเข้าตรวจค้นภายในบ้าน ยึดปืนลูกซองแฝด และเครื่องกระสุนอีกหลายรายการ

         สอบสวนนายฐิติพงษ์ ได้ให้การยอมรับว่า ซื้อปืนมาจาก นายฉ่วย ชาวพม่า นำมาขายให้กับคนในพื้นที่ และคนที่อยากได้อาวุธปืนไปครอบครอง

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ไว้ในความครอบครอง, จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ นำตัวพร้อมของกลางส่ง สภ.องค์พระ จ.สุพรรณบุรี ดำเนินคดีต่อไป.