แนะแนวทาง
ข่าวประจำวัน

นายแพทย์ แนะแนวทาง ระวังระบาด รอบ 2 โควิด-19 ลงโซเชียล

Spread the love

           นพ.ยง ภู่วรวรรณ แนะแนวทาง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับ การระบาดของโควิด-19  หรือ โคโรน่า 2019 รอบ 2และ บทเรียนจากสิงคโปร์ ให้ระวังแรงงานเพื่อนบ้านเป็นพิเศษ

              ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แนะแนวทาง  เกี่ยวกับ การระบาดของโควิด-19  หรือ โคโรน่า 2019 ระลอกที่ 2 และ บทเรียนจากสิงคโปร์ ที่มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ช่วงนี้ทุกคนดีใจที่เรามีผู้ป่วยเป็นเลขตัวเดียวนานเป็นอาทิตย์และเมื่อวานนี้ก็ไม่มีผู้ป่วยใหม่เลย การผ่อนปรนในการดำรงชีวิตและการทำมาหากินให้อยู่รอดมีความจำเป็นมาก  ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ยังเกิดการระบาดระลอก 2 ได้เลยและการเกิดเป็นกลุ่มก้อนพร้อมที่จะกระจายไปที่อื่น

           ดังนั้นเราก็จะต้องพึงตระหนักอยู่ตลอดเวลาในการป้องกันตนเองและไม่ให้เกิดมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นหรือเกิดระลอกที่ 2 จะเกิดหรือไม่อยู่ที่ทุกคนจะต้องช่วยกัน
คอยหมั่นล้างมืออยู่เป็นประจำ ล้างมือด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาที เมื่อคิดว่ามือสกปรก ไปจับต้อง สิ่งของต่างๆ ในที่ไม่สะดวกให้ใช้แอลกอฮอล์เจล เมื่อไม่มีความจำเป็นที่จะไปไหนก็ให้อยู่บ้าน ถ้าออกนอกบ้านให้ใส่หน้ากากอนามัย ทุกครั้ง เมื่อเจ็บป่วยมีไข้หรือไม่สบาย ยิ่งมีความจำเป็นต้องอยู่ที่บ้าน

         ส่วนสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงนี้ การกำหนดระยะห่างสำหรับบุคคล Physical distancing เราไม่เปิดสถานบันเทิงเป็นสิ่งที่ถูกต้องในระยะนี้ ไม่ควรไปที่ชุมชนคนหมู่มาก ร้านตัดผม ร้านอาหาร สถานที่ทำงาน รวมทั้งที่บ้าน ควรเปิดให้มีอากาศถ่ายเทได้บ้างเป็นครั้งคราว ในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้ โรคทางเดินหายใจจะพบได้บ่อยขึ้น จะต้องระมัดระวัง จะแยกได้ยากกับโรคโควิด-19 การระบาดในรอบที่ 2 จะเกิดขึ้นหรือไม่ อยู่กับพวกเราทุกคนและมาตรการเฝ้าระวังของภาครัฐ ที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเลยโดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานต่างด้าว
ประเทศไทยในปัจจุบัน สามารถควบคุมการระบาดของโรค โควิด 19 ได้เป็นอย่างดีพอสมควรแล้ว จากบทเรียนของสิงคโปร์ ที่เคยควบคุมได้แล้ว ก็กลับมาระบาดใหญ่ ขึ้นในกลุ่มคนงานต่างชาติ ที่อยู่รวมกันหนาแน่น ในเมื่อมีการระบาดเกิดขึ้น จึงยากในการที่จะควบคุม

          ในการกำหนดระยะห่าง ก็ทำได้ยาก เลยไม่แปลก ที่การระบาดของสิงคโปร์ จึงเพิ่มเป็นหลักหมื่น โดยมีผู้ป่วยเพิ่มเป็นหลายร้อยต่อวัน และทำให้การควบคุมเป็นไปได้ยาก
ส่วนประเทศไทยก็มีแรงงานต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนหลายล้านคน และหลายแห่งอยู่กันหนาแน่น เป็นกลุ่มก้อนจำนวนมาก ถ้าเกิดการระบาดในแรงงาน ที่อยู่รวมกันจำนวนมากก็จะลำบากเหมือนสิงคโปร์ที่ ควบคุมการระบาดในกลุ่มนี้ได้ยาก
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มดังกล่าว มีอายุไม่มาก และมีร่างกายแข็งแรง แต่จะทำให้ยากต่อการควบคุมภายในประเทศ สิ่งสำคัญที่สุดจะต้องเปิดเกมรุก เข้าไปเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นได้ ให้ความรู้ ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง แนวทางการปฏิบัติในการป้องกัน การดูแลไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นเป็นกลุ่มก้อนนั้นจะมีความสำคัญมากในการป้องกันการระบาดของโควิด-19

               ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ยังเขียนทิ้งท้ายในบทความอีกว่า บทเรียนจากสิงคโปร์ จะเป็นเรื่องเตือนใจ เราทั้งนายจ้างและลูกจ้าง พร้อมทั้งนโยบายของรัฐบาล ไม่ให้เกิดการระบาดของโรคโควิด 19 เกิดขึ้นในประเทศไทย จะต้องดับไฟตั้งแต่ต้นลม
อย่างไรก็ตามการลดหรือเพิ่มจำนวนของแพร่เชื้อของโควิด-19 นั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกๆฝ่าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *