ชะตากรรม สาวโรงงาน ถูกเลิกจ้า ไร้เงินเยียวยา วอนกระทรวงแรงงาน

Spread the love

              การทำงานโรงงาน ทำให้ถูกมองว่ามีรายได้มั่นคง ไม่ได้รับความเดือดร้อนเท่าไหร่ จึงไม่ได้รับเงินเยียเหมือน ชะตากรรม ของ สาวโรงงาน กลุ่มนี้ ที่ประสบภาวะเดือดร้อนจนต้องไปเรียกร้องกระทรวงแรงงาน ขอให้ช่วยเหลือเจรจากับนายจ้าง บริษัท นครหลวงถุงเท้าไนล่อน จำกัด

               สุรินทร์ พิมพา ประธานสหภาพแรงงานกิจการสิ่งทอนครหลวง เล่าถึงสภาพปัญหาว่า จริงๆ โรงงานมีปัญหามาก่อนสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด เนื่องจากไม่มีออเดอร์เข้ามา ทำให้เริ่มจากการจ่ายจ้างล่าช้ากว่ากำหนด จ่ายไม่เต็มค่าจ้าง จนเข้าสู่สถานการณ์ไวรัสระบาด โรงงานเริ่มเอาเครื่องจักรไปขาย คราวนี้ไม่จ่ายเลย และสั่งหยุดงานปากเปล่าไม่มีกำหนด

                 เป็นเวลา 2 เดือนแล้วที่ 180 พนักงานโรงงานถุงเท้าดัง ไม่ได้รับค่าจ้างและเงินเยียวยาอะไรเลย ไหนจะมีเงินสะสมพนักงานที่เป็นสวัสดิการพนักงานที่เกษียณและลาออกก็หายไป ส่วนจะไปขอเงินชดเชยรายได้จากสำนักงานประกันสังคม ก็พบว่านายจ้างขาดจ้างเงินสมทบประกันสังคมมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 ให้แก่พนักงาน

               ท่ามกลางเจ้าหนี้ที่ยืนรออยู่ข้างหน้า และไม่มีท่าทีว่าจะอะลุ้มอล่วย ทำให้เหล่าพนักงานเกิดความเครียด กระทั่งพนักงานบางคนต้องเวียนเอาข้าวเก่า ซึ่งมีสภาพบูดแล้วมาต้มกินใหม่ประทังชีวิต พวกเขากำลงอยู่ในสภาพอดตาย จนต้องแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านการตั้งวงกินข้าวคลุกน้ำปลา

                 ยุพิน ใจตรง อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในพนักงานที่มาเรียกร้อง เธอทำงานมา 23 ปี ยอมรับตรงๆ ไม่คิดชีวิตจะมาเป็นอย่างวันนี้ เพราะย้อนอดีตไปโรงงานแห่งนี้ใหญ่โต ดูดีมาก ใครๆ ก็อยากเข้ามาทำงาน แต่วันนี้เธอและสามีรับสภาพว่าคงต้องตกงานแน่

                   แม้จะอยู่กับความเครียดและความยากลำบาก แต่เธอก็พูดหนักแน่นว่า “ไม่คิดสั้นแน่นอน เพราะมีลูกและแม่รออยู่” ตอนนี้เธอและเพื่อนๆ พนักงาน ดิ้นรนหาเงินด้วยการทำพรมเช็ดเท้าขายราคา 10-20 บาท หาเงินประทังความเดือดร้อนไปก่อน

               แต่ที่น่าเห็นใจสุดๆ คงเป็น 80 พนักงานข้ามชาติของโรงงานถุงเท้าดังกล่าว ที่นอกจากไม่ได้เงินค่าจ้างจากนายจ้างแล้ว จะไปเรียกร้องขอความช่วยเหลือกับสำนักงานประกันสังคมก็ไม่ได้ เพราะนายจ้างไม่ทำประกันสังคมให้ เป็นความว่างเปล่าที่เจ็บปวดสุดๆ

            เช่นสาวเมียนมาคนนี้  วา วา ทวย อายุ 29 ปี เธอทำงานมากว่า 5 ปี ขณะนี้ตั้งครรภ์ 4 เดือน กำลังใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ตัวสามีกลับเมียนมาเพื่อไปต่อสัญญาทำงาน ตอนแรกคิดว่าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมาหาภรรยาได้ แต่สถานการณ์โควิด-19 มีการสั่งปิดพรมแดน ทำให้สามีกลับมาไม่ได้ ตัวเธอเองก็กลับประเทศบ้านเกิดไม่ได้เช่นกัน

            วา วา ทวย เธอเล่าพลางเอามือลูบท้อง ว่า รู้สึกเสียใจมากที่ต้องหยุดงาน ขาดรายได้ ชีวิต 2 เดือนที่ผ่านมาลำบากมาก ไม่มีรายได้ จะไปหางานอื่นทำก็ไม่ได้ ไม่มีใครรับ ต้องอยู่โดยกู้เงินนอกระบบมาประทังค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าหมอ ซึ่ง 2 เดือนนี้นอกจากเงินเก็บสะสมจะหมดไป เธอยังกู้หนี้ยืมสินถึงกว่า 8,000 บาทแล้วในตอนนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *